แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

สิ่งที่ต้องรู้สำหรับการซื้อขาย

เช็คราคาการจัดส่งสินค้า
Thailandpost

ตรวจสอบสถานะการจัดส่ง
Thailandpost

ว่างๆๆ จะมา Update ของที่อื่นๆ ให้นะครับ

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

มังกร

มังกร

มังกร (อังกฤษ: dragon; จากละติน: draco)
เป็นสัตว์วิเศษที่รู้จักกันในวรรณคดีของจีนและตะวันตก แม้จะใช้คำว่ามังกร (dragon) เหมือนกัน แต่มังกรของจีนและตะวันตกนั้นสื่อถึงสัตว์ต่างชนิดกัน มังกรของจีนมีรูปร่างลักษณะจัดอยู่ในประเภทสัตว์เลื้อยคลานหรืองู ไม่มีปีก แต่สามารถบินไปในอากาศได้ ส่วนมังกรของตะวันตกจะมีขา มีปีกและสามารถพ่นไฟได้

ในตำนานยุโรป มังกรเป็นสัตว์อันตรายและน่าสะพรึงกลัวสำหรับมนุษย์ มังกรจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของเหล่าวีรบุรุษทั้งหลาย การฆ่ามังกรและขึ้นเถลิงราชย์เป็นกษัตริย์. มังกรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ ทั้งที่มีตัวตนจริง ๆ และในตำนานต่าง ๆ เช่น กษัตริย์อาเธอร์ ซึ่งมีนามสกุลว่า Pendragon มีความหมายว่า 'ศีรษะของมังกร' หรือ 'หัวหน้ามังกร' และมงกุฎของกษัตริย์อาเธอร์ ก็เป็นรูปมังกร ส่วนในตำนานจีน มังกรเป็นสัตว์มงคลและมีสถานะเป็นเทพเจ้า เสื้อคลุมมังกร 5 เล็บเป็นเครื่องทรงของที่กษัตริย์สามารถใช้ได้เท่านั้น ส่วนเครื่องทรงที่มีรูปมังกร 4 เล็บจะเป็นชุดสำหรับขุนนาง และ 3 เล็บสำหรับประชาชนทั่วไป

เราพบมังกรได้ง่ายและบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นในตำนานของทางยุโรปหรือเอเชียก็ตาม เรียกว่าที่ใดมีอารยธรรมและตำนาน ที่นั่นก็ต้องมีมังกรเป็นของคู่กัน. มังกรนั้นมีรูปร่างและลักษณะหลายอย่าง แตกต่างไปตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น แต่โดยทั่ว ๆ ไปแล้วจะมีจุดเด่นคือ เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ร่างกายใหญ่โต มีพละกำลังมาก บางครั้งอาจพ่นไฟได้ หรือมีอำนาจเวทมนตร์มหาศาล และที่สำคัญคือ บินได้ (อาจจะมีปีกหรือไม่มีก็ได้) โดยขนาดรูปร่างและสีนั้น ก็แตกต่างกันไป

อย่างไรก็ตาม มังกรที่พบในตำนานของทางยุโรปและของทางเอเชียนั้น ค่อนข้างจะแตกต่างกันในแง่สัญลักษณ์ โดยเฉพาะคติของจีนที่มักจะถือว่า มังกรนั้นคือเทพเจ้า และเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ (ซึ่งเป็นสมมติเทพ) แต่ทางยุโรปนั้นมักจะถือมังกรเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย (อันเป็นคติที่สืบทอดมาจากความหวาดกลัวงูของชาวยุโรป)


วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

โต๊ะทำงานของผู้บริหารตามหลักฮวงจุ้ย

มาถึงเรื่องการวางโต๊ะทำงานของผู้บริหารตามหลักฮวงจุ้ยจึง ซึ่งมีสิ่งที่ควรทำและไม่ ควรทำดังนี้ครับ
  1.  ด้านหลังของผู้บริหาร คือทิศของเต่าดำ จึงต้องหนักแน่นมั่นคง ควรเป็นกำแพงที่แน่นหนา ไม่ควรเป็นกระจกหรือหน้าต่างบานใหญ่ ถ้ามีรูปภาพติดผนังควรเป็นรูปที่แสดง ถึงความมั่นคง เช่น ภูเขา เป็นต้น
  2. การวางโต๊ะของผู้บริหารควรวางใน ลักษณะทแยงมุมกับประตูห้อง ไม่ว่าจะหันโต๊ะไปในทางไหนก็ตาม เราะตำแหน่งนี้สามารถมองเห็นผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน
  3. การวางโต๊ะผู้บริหารในลักษณะทแยงกับห้องทำให้เกิดลักษณะมงคลของรูปปากัว ซึ่งจะส่งผลให้กิจการประสบความสำเร็จ
  4. ห้ามวางโต๊ะทำงานของผู้บริหารตรงกับประตูทางเข้าออกของห้อง เพราะจะได้รับผล ร้ายจากพลังชี่พิฆาต และการหันหลังให้ประตูคือการเรียกหาความเดือดร้อน จะพบแต่อุปสรรคหรือภัย พิบัติ หากฝ่าฝืนกิจการค้าจะไม่เจริญรุ่งเรือง ทำให้ผู้บริหารจะประสบความล้มเหลวได้ง่าย
  5. โต๊ะทำงานผู้บริหารไม่ควรหันหลังให้กับประตูทางเข้า เพราะตำแหน่งด้านหลังของผู้บริหารเป็นตำแหน่งประธาน ถ้าด้านหลังโหว่ย่อมส่งผลให้ขาดผู้สนับสนุนช่วยเหลือ ทำให้ผู้บริหารล้มเหลวขาดซึ่งบารมี
  6. การจัดวางตำแหน่งโต๊ะของผู้บริหารต้องเลือกทิศที่ไม่มาพิฆาตผู้นั่ง เช่น เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วเห็นสิ่งแหลมคม ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรแก้ เคล็ดด้วยการปิดม่าน
  7. ในกรณีที่ผู้บริหารต้องนั่งรวมกับพนักงานในห้องเดียวกัน ตำแหน่งของโต๊ะผู้บริหารต้องอยู่ด้านหลังของพนักงานเสมอ และขนาดของโต๊ะของผู้บริหารต้องใหญ่กว่าโต๊ะของพนักงานเพื่อสร้างความแตกต่าง
  8. ในกรณีที่ผู้บริหารต้องนั่งรวมกับ พนักงานในห้องเดียวกัน ผู้บริหารไม่ควรนั่งหันประจันหน้ากันกับโต๊ะพนักงาน เพราะจะสร้างแรงกดดัน ให้เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย
  9. ถ้าสำนักงานมีลักษณะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ห้องผู้บริหารควรมีฉากกั้นเป็นห้องแยกเป้นสัดส่วน ไม่ควรอยู่ปะปนกับพนักงาน ทั่วไป เพราะจะส่งผลให้ผู้บริหารไม่ได้รับความสนจากพนักงานเท่าที่ควร และในกรณีที่ผู้บริหารมีตำแหน่งหน้าที่ในระดับเดียวกันก็ควรจัดห้องและโต๊ะ ทำงานให้อยูในระดับเดียวกันด้วย
  10. นอกจากนั้นถ้าผู้บริหารสูงสุดนั่งอยู่ในห้องรวมดังในข้อ 8. ควรกั้นห้องของผู้บริหารสูงสุดแยกออกจากกันเป็นต่างหากเพื่อให้เห็นเด่นชัด และควรอยู่ในตำแหน่งด้านในสุดของห้อง เพื่อสร้างลักษณะของตำแหน่งประธารให้ชัดเจน
  11. โต๊ะทำงานผู้บริหารไม่ควรวางอยู่ในตำแหน่งที่ตรงเหลี่ยมมุมของเสาห้องที่ พุ่งมายังโต๊ะ ไม่ว่าด้านหน้าหรือด้านหลัง เพราะเป็นตำแหน่งชี่พิฆาตโดยตรง
  12. การวางโต๊ะทำงานจะต้องเลือกทิศที่ไม่มาพิฆาตผู้นั่ง ( รายละเอียดดูเพิ่มเติมในบทความเรื่อง การตั้งโต๊ะทำงานผู้บริหารตามหลักฮวงจุ้ยสำนักเข็มทิศ )
  13. ด้านหลังของโต๊ะทำงานของผู้บริหารไม่ควรจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าจะมีควรวางอยู่ในตำแหน่งด้านข้างจึงจะถือว่าดี และควรหมั่นดูแลอยู่เสมอ อย่าให้ขาด เพราะการสักการบูชาอยู่เสมอย่อมเป็นมงคลแก่ชีวิต ผู้บริหารที่มีสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์แล้วปล่อยปละละเลยไม่ดูแลเอาใจใส่ย่อมทำให้กิจการนั้นขาดซึ่ง บารมี
 

 

30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฝัน

ชีวิตของคนที่ดำเนินไปนั้น ถูกเสริมด้วยปัจจัยหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง บางครั้ง คุณคิดว่า คุณได้ทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังมีเรื่องติดขัดอยู่อีก อาจจะเป็นเพราะว่า มีปัจจัยที่คุณยังนึกไม่ถึงอยู่ก็ได้ การแก้ปัญหาด้วยฮวงจุ้ย เป็นหนึ่งเรื่องที่คุณอาจจะต้องหันกลับมามอง เราไม่ได้เสนอให้คนงมงายนะครับ แต่คุณคงเคยได้ยิน 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฝันครับ ลองดูไม่เสียหลายนะครับ ถ้าใช้แล้วได้ผล อย่าลืมบอกต่อกันไปครับ

  1. สามี-ภรรยามักทะเลาะเบาะแว้ง
วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย: หาเตียงทรงขอบมนมาใช้ อย่าใช้เตียงสี่เหลี่ยมที่มีมุมขอบเตียงเป็นมุมแหลมคม ถ้าเตียงมีขนาดใหญ่ก็ต้องใช้ ที่นอนขนาดใหญ่ อย่าใช้ฟูกหรือที่นอน 2 ชิ้นมาวางชิดกันการใช้เตียงทรงกลม หรือเตียงขอบมนจะขจัดปัญหาการกระทบ กระทั่งของคู่สมรส ทำให้มีความรักใคร่กลมเกลียวกันมากขึ้น
  1. ความสัมพันธ์ไม่งอกงาม
 วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย: หลายคู่อยู่กันหลายปียังมีแต่เรื่องไม่เข้าใจกัน ความสัมพันธ์ยังคลุมครือไม่ผูกพันแน่นแฟ้ม เมื่อตรวจดูริมหน้าต่าง ห้องนอนก็เห็นต้นไม้ยืนแห้งเหี่ยว ดังนั้นต้องแก้ไขด้วยการตัดไม้ยืนต้นที่บริเวณหน้าบ้านและริมหน้าต่างห้อง นอนออกเสีย ตามบริเวณหน้าบ้านและริมหน้าต่างห้องนอน ต้องปลูกต้นไม้ ดอกไม้ที่มีใบสมบูรณ์หรือมีดอกสวยงามและมีกลิ่นหอม จึงจะ ส่งผลให้คู่สามี- ภรรยามีความรักและเข้าอกเข้าใจกันได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  1.  การงานไม่ก้าวหน้า
 วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย:
ให้ตั้งโต๊ะทำงานไว้ยังตำแหน่งโชค คือจุดที่เป็นเส้นทแยงมุมกับประตูห้อง ตั้งโต๊ะให้อยู่ตรงมุมด้านใน เมื่อ ทำงานสามารถมองเห็นประตูและผู้เข้า-ออกได้สะดวก เก้าอี้ต้องหันผิงผนังหรือหรือตู้เอกสาร จะได้มีความมั่นคงในตำแหน่ง มีอำนาจบารมีและมีแต่ความเจริญก้าวหน้า
  1.  ขาดเกียรติยศชื่อเสียง
 วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย:
ให้หันหัวเตียงไปทางทิศใต้ การตั้งโต๊ะก็ให้ตั้งโต๊ะในจุดที่เป็นทิศใต้ แล้วหันหน้าไปสู่ทิศเหนือหรือตะวันออกก็ได้
 การตั้งโต๊ะในทิศใต้หรือหันหัวเตียงไปทางทิศใต้ จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อย่างงดงาม จะอุดมด้วย เกียรติยศและชื่อเสียง ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์โชติช่วงในทุกด้าน
 เย็นนี้ ขอเสนอเรื่องการแก้ปัญหาด้วยฮวงจุ้ย บางทีอาจจะมีเรื่องที่คุณต้องการคำตอบอยู่ก็ได้ครับ
  1. ความรักง่อนแง่น
 วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย:
ให้ปลูกไผ่หรือไม้ยืนต้นอื่น ๆ ที่มีใบสดเขียวอุดมสมบูรณ์ดี ปลูกเป็นแนวริมรั้วหน้าบ้านและข้างบ้านให้ครึ้ม
 ยิ่งถ้าเมื่ออยู่นอกบ้านแล้วมองเข้ามาไม่ค่อยเห็นตัวบ้านได้ถนัดยิ่งถือว่า ดี จะส่งผลให้คู่สามี-ภรรยารักใคร่ผูกพันมั่นคง ฐานะความเป็นอยู่ในบ้านก็จะมั่งมีศรสุข
  1. คู่สามี-ภรรยา ไม่รวย
 วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย:
ให้หาบ้านที่มีลักษณะอยู่บนเนิน หรือบนพื้นที่ที่มีความสูงกว่าพื้นถนนทั่วไปสักพอประมาณ ถ้าอาศัยอยู่ในบ้าน เช่นนี้จะส่งผลให้ดวงชะตาดี มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยได้เร็ว ทำกิจสิ่งใดก็จะสำเร็จราบรื่นได้ดี ความสัมพันธ์ของคู่สามี-ภรรยามั่นคง ยืนนานอีกด้วย
 ถ้าหาบ้านอยู่อาศัยในลักษณะนี้ไม่ได้ ก็ให้ขุดสระน้ำปลูกบัวทางซ้ายมือของตัวบ้าน (ยืนอยู่ในบ้าน หันหน้าออกไปทางหน้าบ้าน)
  1. ชีวิตแห้งแล้ง
 ความเป็นอยู่ในบ้านมิได้ลำบากมาก แต่จิตใจแห้งแล้งขาดชีวิต ชีวา บางครั้งเงินทองก็ติดขัด ไม่ราบรื่น คนในบ้านไม่มีความสดชื่น กระตือรือร้น
 วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย:
ให้เลี้ยงปลาตู้สวยงามประดับบ้าน เลือกให้มีปลาเงิน-ปลาทอง ร่วมด้วยยิ่งดี จำนวนปลาที่จะเลี้ยงควรเป็น 6 ตัว 8 ตัว หรือ 9 ตัว ถือว่าเป็นมงคล คนในบ้านจะมีจิตใจแจ่มใสขึ้น ฐานะการเงินก็จะดีขึ้น มีโชคมีลาภไม่ขาด แต่ต้องดูแลตู้ปลา ให้สะอาดสดใสอยู่เสมอ
  1. มีบางอย่างถ่วงความเจริญ
 วิธีแก้เคล็ดฮวงจุ้ย:
ให้จัดวางข้าวของเครื่องเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่าให้มีข้าวของเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ วางรกระเกะระกะ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นทางเดินไปมาภายในบ้านควรจัดให้กว้างขวางสามารถเดินไปมา ได้สะดวก ไม่อึดอัดเพราะมีสิ่งกีดขวาง
 ที่ว่าทางเดินต้องปัดกวาดให้สะอาดอยู่เสมอ ข้าวของเครื่องเรือนมีน้อยชิ้นยิ่งดี สิ่งของรก ๆ ให้เก็บใส่กล่องเสีย เพื่อให้ฐานะ ความเป็นอยู่มีความเจริญรุ่งเรือง โชคลาภเข้าบ้านไม่ขาด ทำอะไรก็ราบรื่นปลอดโปร่งดีเหมือนไม่มีอะไรมาฉุดรั้งหรือถ่วง ความเจริญไว้ เพราะจุดแห่งโชคทรัพย์ไม่ถูกปิดบัง


 

การจัดหิ้งบูชาตามหลักฮวงจุ้ย

การจัดหิ้งบูชาตามหลักฮวงจุ้ย


ในการจัดหิ้งบูชาก็ต้องดูให้เหมาะสมกับดวงชะตาเช่นกัน และจะต้องดูแลให้สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะหากดูแลไม่ดีแล้ว สิ่งที่เป็นสิริมงคลของบ้าน ก็อาจกลายเป็นสิ่งอัปมงคลได้เช่นกัน โดยวิธีการจัดหิ้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีข้อแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ครับ
  1. หิ้งบูชาต้องสะอาดอยู่เสมอ หากปล่อยให้หิ้งบูชาสกปรก คนในบ้านจะเจ็บป่วย และทำมาค้าไม่ขึ้น ควรหมั่นเปลี่ยนน้ำเปล่า และดอกไม้สดที่บูชาเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ดอกไม้แห้งเฉาคาที่ เพราะจะทำให้คนในบ้านมีชีวิตที่ไม่ค่อยมั่นคงนัก
  2. หิ้งพระต้องไม่อยู่เหนือประตูซึ่งเป็นช่องทางเดินเข้า-ออก ถ้าจัดตั้งหิ้งพระในมุมที่พลุกพล่าน คนในบ้านจะมีแต่ความวุ่นวาย
  3. หิ้งบูชาพระไม่ควรหันหน้าตรงกับประตูห้องน้ำ หรือห้องครัว มิเช่นนั้นคนในบ้านจะเจ็บป่วย มีแต่เรื่องขัดแย้ง เงินทองรั่วไหล
  4. ถ้าพักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโด ควรตั้งหิ้งพระให้สูงกว่าระดับศีรษะ เพราะหากตั้งหิ้งพระต่ำกว่าศีรษะ จะทำให้คนในบ้านไม่เจริญก้าวหน้า อาชีพการงานเติบโตช้า และจะถูกลดตำแหน่งงานลง
  5. หากตั้งหิ้งบูชาขนาดใหญ่ จำนวนองค์พระหรือองค์เทพบนหิ้งควรมีจำนวนเป็นเลขคี่ เช่น 1,3,5,7,9 องค์ ทั้งหลักฮวงจุ้ย และความเชื่อของไทยก็ล้วนระบุว่าไม่นิยมให้เป็นจำนวนเลขคู่
  6. ไม่ตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน มิเช่นนั้นดวงชะตาคนในบ้านจะถูกกดทับ ทำให้เจริญรุ่งเรืองยาก และมักมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ
  7. ไม่ควรมองเห็นหิ้งพระได้จากนอกบ้าน เพราะจะถือว่าการตั้งหิ้งพระไม่อยู่ในมุมสงบ หรือเป็นสัดส่วน แต่ถ้าเป็นร้านที่ประกอบธุรกิจค้าขายถือว่าไม่เป็นไร
เป็น อย่างไรกันบ้างครับ กับข้อมูลตามหลักของฮวงจุ้ย ทั้งการกำหนดตำแหน่งห้องพระภายในบ้าน คำแนะนำในการวางพระ รวมถึงการดูแลหิ้งพระด้วย แต่ทั้งนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน ก็ควรทำการสักการะบูชาพระอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมถึงควรทำจิตใจให้สงบ เพื่อให้ทุกคนภายในบ้าน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข จนเรียกได้ว่า สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ กันเลยยังไงล่ะครับ



การจัดที่บูชาพระ

การจัดที่บูชาพระ ได้มีการเน้นย้ำในเรื่องตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ดังนี้
  1. ไม่ควรตั้งพระในห้องนอน โดยเฉพาะคนที่มีคู่แล้ว แต่หากจำเป็นควรใช้ฉากกั้นให้เป็นสัดส่วน
  2. ไม่ควรตั้งหิ้งพระตรงบันได หรือใต้บันได
  3. ไม่ควรตั้งหิ้งพระอยู่ใต้คาน
  4. ไม่ควรตั้งห้องพระหรือหิ้งพระอยู่เหนือห้องน้ำ
  5. ห้ามแขวนหิ้งพระกับผนังห้องน้ำ

การเลือกตำแหน่งห้องพระ
เรื่องของความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังเช่น ตามหลักฮวงจุ้ยได้พิจารณาห้องพระในแง่ของพลังงานธรรมชาติว่า การจุดธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ห้องพระเป็นห้องมีพลังธาตุไฟมากกว่าปกติ ดังนั้น ในการกำหนดตำแหน่งของห้องพระจึงต้องพิจารณา ดังนี้
  1. ห้องพระควรเป็นห้องชั้นบนสุดของบ้าน เพราะพระเป็นของสูง การวางต่ำกว่าคนในบ้าน หากมีการเดินข้าม นอนคร่อม หรือหันปลายเท้าเข้าหาพระ ย่อมไม่เป็นมงคล ทั้งนี้การเลือกตั้งห้องพระไว้ชั้นล่าง ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่จะมีข้อจำกัด เช่น ต้องพิจารณาว่าห้องที่อยู่ชั้นบนเหนือห้องพระ เป็นห้องน้ำ และห้องนอนหรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงควรจะเป็นห้องว่าง ที่ไม่มีคนอยู่จะดีกว่า
  2. ห้องพระควรอยู่ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศได้ดี เพราะการบูชาพระ จะต้องจุดธูป เทียน หากเป็นตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวก จะทำให้ไม่รบกวนสมาธิของผู้ปฎิบัติธรรม อีกทั้งยังช่วยลดอันตรายจากควันไฟและเปลวเทียนไม่ให้ไหม้บ้านได้อีกด้วย
  3. ห้องพระต้องอยู่ในบริเวณที่สงบ เป็นมุมที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน และตามหลักฮวงจุ้ย ตำแหน่งหน้าบ้าน ถือเป็นตำแหน่งโชคลาภ ส่วนตำแหน่งหลังบ้าน ถือเป็นตำแหน่งบารมี การจัดฮวงจุ้ยห้องพระจึงควรเลือก 2 ตำแหน่งดังกล่าว จะช่วยเสริมพลังบวกได้มากที่สุด
  4. ห้องพระควรหันทิศไปทางตะวันออก หรือทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศมงคล หากไม่สามารถเลือกตำแหน่งห้องพระในทิศตะวันออก และทิศเหนือได้ ให้ตั้งหิ้งพระ และองค์พระหันหน้าไปทางทิศนั้น ๆ แทน
  5. ห้องพระที่ติดกับห้องนอน ต้องระวังเรื่องการวางเตียงหันปลายเท้าไปหาห้องพระ และกรณีที่หันหัวเตียงไปที่ห้องพระ ต้องพิจารณาว่า ตำแหน่งขององค์พระ หรือโต๊ะหมู่บูชาติดกับหัวเตียงหรือไม่ เพราะถ้าติดกัน เมื่อนอนบนเตียงอาจได้รับอิทธิพลของธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวง่าย หรือนอนไม่ค่อยหลับ
  6. ห้องพระไม่ควรติดกับห้องน้ำ เพราะในหลักฮวงจุ้ย ห้องน้ำถือว่าเป็นธาตุน้ำ ส่วนห้องพระถือว่าเป็นธาตุไฟ ตามกฎเบญจธาตุ (ธาตุทั้ง 5) ธาตุน้ำนั้นจะพิฆาตธาตุไฟ ถ้ามีความจำเป็นจะต้องวางห้องพระติดกับห้องน้ำ ควรหาตู้มาพิงผนังห้องน้ำ แล้วหันพระไปทางทิศอื่น ไม่เช่นนั้นความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระจะเสื่อม เพราะถูกพลังของธาตุน้ำบั่นทอน
  7. ในทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าร้านค้าไม่ควรนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนภายนอกเห็น เพราะจะมีคนแกล้งนำของสกปรกมาทำลายสิ่งศักดิ์สิทธ์ แต่ในกรณีที่บ้านเล็ก มีพื้นที่จำกัด สามารถเลือกจัดที่บูชาพระ ในจุดที่เหมาะสม โดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเลือกตำแหน่งของห้องพระได้เช่นกัน